Voice สัมผัสเสียงมรณะ (2019)

[รีวิวละคร] Voice สัมผัสเสียงมรณะ : ละครรีเมกซีรีส์เกาหลีที่ดีที่สุดในรอบปี

Voice สัมผัสเสียงมรณะ รีเมกทั้งทีมันต้องให้ได้แบบนี้ แฟน ๆ ซีรีส์เกาหลีน่าจะคุ้นหูกับชื่อนี้นะคะซีรีส์อาญชญากรรม ระทึกขวัญ ที่ทำให้เราลุ้นระทึกไปกับการช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย สะใจกับความบ้าระห่ำของพระเอกในซีซัน 1 จางฮยอก และการตามหาไอ้โรคจิต ฆาตกรที่ฆ่าภรรยาของพระเอก ในเวอร์ชันไทย TRUE CJ CREATIONS นำVoice มารีเมกให้เราได้ชมกันในแบบไทย ๆ ในชื่อ สัมผัสเสียงมรณะ ที่ต้องบอกตั้งแต่ตอนนี้เลยว่า ถึงใจกว่าต้นฉบับเป็นไหน ๆ Voice ของทางด้านเกาหลีมีออกมาถึง 3 ซีซันแล้วนะคะ นางเอกเป็น อีฮานา คนเดิม แต่เปลี่ยนพระเอกจาก จางฮยอก เป็น อีจินอุก ซึ่งใน 2 ซีซันหลังความสนุกลดลงไปเยอะเลย ซีรี่ห์เกาหลี

Voice 2

เรื่องมันเริ่มจากการฆาตกรรม

ในเวอร์ชันของไทยเราได้ แอนดริว เกร้กสัน มารับบทเป็น หมวดอารัญ ตำรวจสายสืบบ้าระห่ำ ที่ต้องสูญเสีย พิมพ์ดาว (จั๊กจั่น อคัมย์ศิริ) ภรรยาของเขาจากการ ฆ่า อย่างไร้ความปราณีของฆาตกรโรคจิต ขณะที่เธอพยายามหนีเอาตัวรอดเธอได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 112 ไอริน (แพนเค้ก เขมนิจ ) เป็นผู้รับสายเธอได้ยินเสียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และในคืนเดียวกัน พ่อของเธอที่เป็นตำรวจสายตรวจก็ถูกฆาตกรซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับคนที่ฆ่าพิมพ์ดาว ฆ่าตายด้วยวิธีเดียวกัน

อารัญและเพื่อนตำรวจคิดว่าฆาตรกรคือ ไอ้บอม เพราะเคยมีคดีกันอยู่ มันอาจจะแค้นที่เขาเคยจับมันเข้าคุก ไอ้บอมถูกจับมาขึ้นศาล แต่ไอรินยืนยันต่อหน้าศาลว่าเสียงของฆาตกรที่เธอได้ยินไม่ใช่เสียงของไอ้บอมอย่างแน่นอน เพราะเธอได้ยินเสียงของฆาตกร ถึงเสียงจะเบาแค่ไหนจากการได้ยินของคนปกติ แต่หูของไอรินสามารถได้ยินชัดกว่า คำให้การของเธอทําให้ไอ้บอมพ้นคดี คือศาลยกฟ้อง อารัญโกรธแค้นไอรินมากเพราะคิดว่าเธอได้รับเงินจากฆาตกรและให้การเท็จ เพื่อช่วยเหลือฆาตกรให้พ้นผิด แต่การสืบสวนครั้งนั้นยังมีเงื่อนงำที่น่าสงสัย เพราะเทปที่ได้บันทึกเสียงบทสนทนาระหว่างไอรินกับฆาตกรในคืนเกิดเหตุส่วนหนึ่งมันขาดหายไปอย่างลึกลับ ดูซีรี่ส์เกาหลี

สามปีต่อมา

อารัญ ใช้ชีวิตสํามะเลเทเมา จนถูกลดตําแหน่งมานั่งทำเอกสาร ส่วน ไอริน ไปศึกษาต่อที่อเมริกาด้านการแยกแยะเสียง จากที่ได้ยินมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว คราวนี้ไปฝึกวิชามาใหม่จนสามารถแยกแยะได้ว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของอะไร จนได้เข้าร่วมไขคดีสําคัญกับ FBI และได้กลับมาเป็น ผู้กองไอริน หัวหน้าศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน golden time เพื่อช่วยเหลือเหยื่อให้ได้เร็วที่สุด และได้มีการเรียกตัวอารัญมาร่วมอยู่ในหน่วยของเธอด้วย

เธอเปิดอกคุยกันกับอารัญ เธอเล่าให้เขาฟังว่าสาเหตุที่เธอได้ยินเสียงชัดว่าคนอื่น ๆ เพราะเธอประสบอุบัติเหตุในวัยเด็กจนเธอตาบอดไป 2 ปี ทำให้สมองของเธอสร้างประสาทรับเสียงขึ้นมาทดแทนสายตาที่มองไม่เห็น อารัญเริ่มเชื่อว่า ไอรินมีประสาทในการรับเสียงที่ดีจริง ๆ จากการทำงานร่วมกันที่ทำให้เขาต้องเชื่อ เธอไม่ได้โกหกและเธอไม่ได้ให้การเท็จ หลังจากนี้สองคนจะต้องร่วมมือกันช่วยเหลือเหยื่อที่โทรเข้ามา พร้อมกับตามหาฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าภรรยาของอารัญและพ่อของไอรินไปด้วย

Voice 3

ไม่ว่าเสียงจะเบาแค่ไหน ถ้าเราเชื่อว่ามันเป็นหนทางที่ถูกต้อง ก็ยังต้องก้าวเดินไปในหนทางนั้น

ในบ้านเรามีการนำซีรีส์เกาหลีมารีเมกมากมายหลายเรื่อง และหลายเรื่องที่ผ่านมามักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับต้นฉบับ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าคะแนนที่ได้มักจะแพ้ให้กับต้นฉบับอยู่เสมอ แต่เรื่องนี้ดิฉันให้ ชนะ เอาใจให้ไปทั้งดวงเลยก็ว่าได้ เพราะมันตื่นเต้น ลุ้นระทึกได้สุดติ่งกว่าต้นฉบับ ไม่อยากละสายตาไปจากหน้าจอเลยบอกตรง ๆ ลุ้นมันตั้งแต่ฉากแรก การลำดับภาพ ตัดต่อ การจัดแสง โลเคชันในที่เกิดเหตุ ทำให้เรารู้สึกไปด้วยว่าหัวใจของเหยื่อในเวลานั้นมันเต้นเร็วขนาดไหน

ซีนนี้จั๊กจั่นออกมาเต็ม ๆ เพียงไม่กี่นาทีแล้วตายเลยแต่เป็นไม่กี่นาทีที่อวดฝีมือการแสดงได้ดีทีเดียว ในด้านของนักแสดงต้องชมการแคสติ้งที่เลือกตัวแสดงได้สมกับบท และเอาอยู่ในบทของตัวเองซะด้วย แอนดริวมารับบทที่จางฮยอกเล่นไว้ แพนเค้กมารับบทของอีฮานา

เรื่องฝีมือการแสดงสำหรับแอนดริวในบทนี้แทบไม่ต้องห่วงอะไรเลย เลือดร้อน บ้าบิ่น กล้าได้กล้าเสีย บทแบบนี้เรียกว่างานถนัดของแอนดริวเลยก็ว่าได้ สมกับฉายาตำรวจหมาบ้า แล้วเจอซีนกอดศพเมียเข้าไปนี่สะเทือนใจค่ะ แพนเค้ก ในบทของผู้กองไอริน รักความยุติธรรม มุ่งมั่น มีบุคคลิกที่เข้มแข็ง บทนี้นางเอาอยู่ สีหน้าท่าทางการแสดงออก ทำให้เราเชื่อว่าแพนเค้กเป็นผู้กองไอรินจริง ๆ มีความสุขค่ะดูไปมีความสุขไปทั้ง ๆ ที่เป็นละครอาชญากรรมระทึกขวัญ ไม่เสียเวลาเลยที่ได้ดู นักแสดงสมทบในคดีต่าง ๆ ก็เรียกได้ว่าจัดมาได้สมบทบาท อยากให้ดูฆาตกรใน ep2 ดิฉันชอบเขาเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ

นักแสดงนำ ในซีรีส์ Voice สัมผัสเสียงมรณะ

อารัญ รับบท โดย แอนดริว เกร้กสัน
“เลือดร้อน บ้าบิ่น กล้าได้กล้าเสีย ออกตามล่าฆาตกรโรคจิต”
ตำรวจสายสืบฝีมือดีที่สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักด้วยน้ำมือของฆาตกรโรคจิต และมุ่งออกตามล่าฆาตกรที่ฆ่าภรรยาเขา

ไอริน รับบทโดย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์
“ทุกวินาทีคือโอกาสที่จะทำให้เหยื่อมีชีวิตรอด”
ร้อยตำรวจเอกหญิง หัวหน้าหน่วยศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ‘Golden Time’ รักความยุติธรรม มุ่งมั่น ภายใต้บุคลิกที่เข้มแข็ง และด้วยความสามารถพิเศษทางการได้ยิน ทำให้เธอเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าพ่อของเธอและภรรยาของอารัญในคืนเดียวกัน

พิมพ์ดาว รับบทโดย จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข
พิมพ์ดาว ภรรยาของอารัญ เธอเป็นรักแรกและรักเดียวของเขา เป็นหญิงสาวที่มองโลกในแง่ดี และจิตใจดี สวย หวาน อ่อนโยน

แดน รับบทโดย ภัทร ฉัตรบริรักษ์
“สายสืบหนุ่มคู่หูคนสนิทของอารัญ”
นายตำรวจสายสืบหนุ่มหล่อ อารมณ์ดี รักความถูกต้อง นิสัยขี้เล่น แต่จริงจังเวลาทำงาน เป็นรุ่นน้องและคู่หูคนสนิทของอารัญ

เดชา หรือ เดย์ รับบทโดย ป๊อป ศุภสิทธิ์ (ป๊อป Rookie BB)

“นายสิบตำรวจสายไอที Hacker สายดาร์ก” สมองไว ฉลาดเป็นกรด มาทำงานเป็นนายสิบตำรวจสายไอที ที่ไอรินดึงตัวเข้ามาเพื่อช่วยในการสืบค้นข้อมูล

อริศรา รับบทโดย หยก ภักฐ์สนัน

“เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยาในเรื่องการเจรจาต่อรอง” เธอมีความใจเย็น จิตใจดี ละเอียด รอบคอบ พูดได้หลายภาษา และมีความเชี่ยวชาญ มีจิตวิทยาในเรื่องการเจรจาต่อรอง เธอปฎิเสธที่จะเข้าร่วมงานกับ “ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน” แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายกับน้องสาวเธอ และศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นหน่วยที่ช่วยเหลือน้องเธอได้สำเร็จ ทำให้เธอเปลี่ยนใจเข้าร่วมงานกันศูนย์ฯ ในที่สุด

กริช รับบทโดย บีม ศรัณยู ประชากริช
เจ้าของโรงงานแล่เนื้อสัตว์และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มีนิสัยกร่างแบบนักเลง เป็นคนที่ไร้ความเมตตา กล้าได้กล้าเสีย จิตใจโหดเหี้ยม

แทนคุณ รับบทโดย ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์
“นักธุรกิจหนุ่มหล่อ”
นักธุรกิจหนุ่มเศรษฐีพันล้าน หล่อเนี้ยบ สมาร์ท มีเสน่ห์ พูดจาไพเราะ เยือกเย็น

จุดเด่น

เป็นซีรีส์รีเมกเกาหลีเรื่องแรกที่พูดได้เต็มปากว่า สนุกและน่าติดตามไม่แพ้ต้นฉบับ
ลำดับภาพยอดเยี่ยม ตัดต่อดี ส่วนนี้ทำให้เสริมอารมณ์ได้ดีขึ้นไปอีก
บทดี ดำเนินเรื่องเร็ว น่าติดตาม

สรุป

ผลงานรีเมคจากเกาหลีที่ทำออกมาได้โหดดิบไม่แพ้กัน งานสร้างถอดแบบเรื่องราวมาแทบทุกอย่าง แต่ที่ด้อยกว่าคือการเก็บรายละเอียดบกพร่องขาดความเนี๊ยบไปหลายจุดพอสมควร กับนักแสดงไทยที่ยังเล่นได้ไม่สมบทบาทเข้าขั้นสวมวิญญาณตัวละครแบบเกาหลี